ที่ผ่านมามีการเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่หลากหลายในวงการยานยนต์โลกกำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีหลายบริษัทกำลังพัฒนายานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งช่วงนี้กระแสของเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) มีการพูดถึงกันมากขึ้น
เทคโนโลยีทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจและเป็นที่น่าจับตามอง ในขณะนี้ คือ REEV หรือ Range-Extended Electric Vehicle เป็นพลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ด้วยการเพิ่มเครื่องยนต์สันดาปภายในเพื่อผลิตไฟฟ้า (Range Extender) ทำให้รถ REEV สามารถเติมพลังงานกลับสู่แบตเตอรี่ได้ทั้งจากน้ำมันและการชาร์จไฟ เพื่อเพิ่มระยะการขับขี่ที่มากกว่าแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวจะสามารถทำได้ เรียกได้ว่าเป็นก้าวข้ามข้อจำกัดของรถไฟฟ้าที่เติมพลังงานกลับได้ด้วยการชาร์จไฟเท่านั้น

เทคโนโลยี REEV หรือ Range-Extended Electric Vehicle ซึ่งเปิดตัวแล้วในประเทศจีนสามารถทำงานในหลายโหมด ทั้ง Electric Mode ซึ่งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวและสามารถขับขี่ได้ในระยะไกล โดย Range-Extending Mode จะใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อระดับแบตเตอรี่ต่ำ ซึ่งจะสามารถจ่ายไฟให้กับมอเตอร์และชาร์จแบตเตอรี่ได้

ส่วน Regenerative Braking จะทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานจลน์เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และ Camping Mode เมื่อยานพาหนะหยุดนิ่งและระดับแบตเตอรี่ต่ำ เครื่องยนต์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟไปเก็บไว้ ขณะเดียวกันเทคโนโลยี REEV จะเป็นทางเลือกของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ที่จะมอบประโยชน์ของการขับเคลื่อนไฟฟ้าพร้อมความสามารถในการเดินทางระยะไกลของยานยนต์แบบดั้งเดิม พร้อมทั้งลดการปล่อยมลพิษ และประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่ายานยนต์ไฮบริดแบบดั้งเดิม

การใช้งานรถ REEV
การขับเคลื่อนและประสบการณ์การขับขี่ของรถ REEV นั้นจะเหมือนกับการใช้งานรถไฟฟ้า 100% เนื่องจากแบตเตอรี่จะส่งไฟไปยังมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อน
- ในการขับขี่ระยะทางใกล้ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เพื่อความคุ้มค่า
- ในการขับขี่ระยะทางไกลที่เกินกว่าระยะทางที่แบตเตอรี่ครอบคลุม ระบบจะใช้น้ำมันผลิตไฟฟ้าเพื่อขยายระยะทาง ให้กับแบตเตอรี่ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลในการหาสถานีชาร์จไฟ ทำให้การเดินทางไกลสะดวกยิ่งขึ้น

เนื่องจากเครื่องยนต์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานน้อยลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้ความสะดวกสำหรับการเดินทางระยะไกลโดยไม่ต้องหยุดชาร์จบ่อย ทำให้เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางในเมืองและการเดินทางไกล สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดผู้ใช้ยานยนต์ เปิดทางเลือกของการขับขี่ให้หลากหลายและเข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น
