นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน พร้อมด้วย ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร ยื่นหนังสือถึง ประธานรัฐสภาและผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อคัดค้านการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่รัฐสภา กรุงเทพฯ
นายธนากร กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลพยายามผลักดันร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ด้วยอาการรีบร้อน เร่งรัดมากจนผิดสังเกต เล่นทีเผลอในยามที่สังคมกำลังสนใจติดตามผลสืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างทันทีทันใด ไม่ให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ และกำลังต้องการการปลอบขวัญกำลังใจ แต่รัฐบาลกลับไม่แสดงอาการยี่หระ ตัดสินใจเดินหน้าทำสิ่งที่ฝืนกระแสคัดค้านของสังคมไทยและสังคมโลก เหมือนไม่รู้ว่าขณะนี้เรื่องใดสำคัญ และควรทำอะไรก่อน อะไรควรไว้ภายหลัง เดินหน้าผลักดันกิจการที่ประชาชนจำนวนมากไม่มีความเชื่อมั่นต่อประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับ อย่างรู้ทั้งรู้อยู่ว่าตนกำลังจุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคม

เครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กรมีความเห็นว่า ประการที่หนึ่ง การกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นการกระทำที่อสัตย์ อ้างอย่างหนึ่งเพื่อจะกระทำอีกอย่างหนึ่ง อ้างตัวแบบหนึ่งแต่กลับจะกระทำอีกแบบหนึ่ง เสนอหลักการในการออกกฎหมายอย่างข้าง ๆ คู ๆ อ้างจะส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการส่งเสริมสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่กลับบังคับให้ต้องมีกาสิโนอย่างปฏิเสธไม่ได้ พยายามสร้างวาทกรรมลวงว่ากาสิโนจะมีสัดส่วนเพียงแค่ 10% หวังให้ประชาชนเบาใจและหลงกล อ้างภาพฝันสวยหรูว่าจะมีศูนย์ประชุมและสถานที่จัดแสดงนิทรรศการขนาดใหญ่ ในขณะที่ร่างกฎหมายเขียนกำหนดไว้อย่างหละหลวม และไม่อาจรับประกันได้ว่าสิ่งที่วาดฝันไว้จะเกิดขึ้นจริง

ประการที่สอง การผลักดันนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ เพราะรัฐบาลไม่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน อีกทั้งยังไม่ได้ทำการศึกษาอย่างรอบด้านเพียงพอ การจะอ้างว่าที่ผ่านมาได้มีการศึกษาของกรรมาธิการหลายคณะแล้ว เป็นข้ออ้างที่มิอาจรับได้ ด้วยเป็นการศึกษาเพียงความเป็นไปได้เชิงนโยบายและความเป็นไปได้ตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มิใช่การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจและการศึกษาผลกระทบทางสังคมอย่างเชื่อถือได้ หรือการจะอ้างว่าครั้งนี้ได้มีการรับฟังความเห็นผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตหลายครั้ง ก็มิอาจจะอ้างได้ เพราะระบบที่ใช้ในการรับฟังเป็นการรับฟังรายประเด็นเพื่อนำมาประกอบการพัฒนากฎหมาย ไม่ใช่การรับฟังมติของประชาชนต่อนโยบายนี้ การจะอ้างว่ามีจำนวนการแสดงความเห็นหลายหมื่นครั้งเท่ากับประชาชนมีความเห็นชอบแล้ว เป็นการทึกทักเพื่อเข้าข้างตนเองอย่างสุกเอาเผากิน
ประการที่สาม นโยบายการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโนเป็นภาคบังคับเป็นความเห็นแก่ได้ของรัฐบาล คำนึงแต่เรื่องรายได้ทางเศรษฐกิจอย่างอับจนปัญญาที่จะหาวิธีอื่นที่สร้างสรรค์ ไม่คำนึงถึงผลเสียที่มากพอและนำอนาคตของสังคมไทยไปเสี่ยงกับโครงการที่หลักลอยไร้หลักประกันความสำเร็จ และไร้มาตรการกลไกในการปกป้องสังคมที่วางใจได้ อันจะกลับกลายเป็นการเพิ่มปัญหาสังคมให้รุนแรงมากขึ้น สมทบกับนโยบายสนับสนุนการเพิ่มอบายมุขตัวแล้วตัวเล่าที่รัฐบาลได้กระทำมาตลอด

เครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร ขอเรียกร้องต่อรัฐสภาและพรรคการเมืองทุกพรรคในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่มีบทบาทสำคัญต่อการถ่วงดุลอำนาจการตัดสินใจของรัฐบาล ได้ใช้อำนาจของสถาบันนี้อย่างเหมาะสม ปฏิเสธการรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา และขอเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านดำเนินการทุกวิถีทางที่จะยังยั้งร่างกฎหมายที่ไม่เป็นคุณต่อสังคมและประเทศชาติฉบับนี้ การตัดสินใจในเรื่องนี้ไม่สมควรกระทำอย่างรีบร้อน และควรดำเนินการอย่างรอบคอบ ด้วยการกลัดกระดุมทีละเม็ด เดินทีละก้าวอย่างรัดกุม และตัดสินใจโดยไม่ลุแก่อำนาจและผลประโยชน์ ด้วยการให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศเป็นผู้ตัดสินใจ